[FIC] Draco's Story {DRACO VIII}

posted on 29 Apr 2012 17:54 by khanunys

Title : Draco's Story

Chapter Fiction : DRACO VII

Author : khanun-kino

Pairing : Junhyung x Hyunseung , Doojun x Yoseob , Dongwoon x Gikwang

 

 

 

 

------------------------draco’s story---------------------------

 

 

 

 


ขาเรียวก้าวเดินไปในทางที่คุ้นชิน ดวงหน้ามนก้มมองพื้นตลอดเวลา เป็นเพราะร่างหนาที่ยังคงเต็มไปด้วยบาดแผลที่หลับสนิทอยู่ที่บ้าน


แย่จัง.. เมื่อไหร่จุนฮยองจะหายนะ

 
ดวงตาคู่กลมคล้ายมีประกายอะไรบางอย่าง เมื่อสมองประมวลผลไปถึงวินาทีที่ตนกำลังตกอยู่ใน..อันตราย


"ทำไมจุนฮยองถึงรู้นะ.."เสียงเล็กลอดออกจากริมฝีปากอย่างแผ่วเบา คิ้วสวยขมวดมุ่นด้วยความสงสัย แต่เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ต้องหันกลับไปมอง


"พี่ฮยอนซึงงง~~"

"โยซอบ"เรียกชื่อคนตัวเล็กพร้อมกดยิ้มบาง เวลาที่ได้อยู่กับโยซอบ.. เหมือนความหนักใจหรือทุกข์ใจทั้งหลายมันหายไปในทันที

"วันนี้ผมจะเดินไปส่งพี่ฮยอนซึงที่โรงเรียนเอง!"เอ่ยด้วยท่าทางมุ่งมั่น ทำให้ฮยอนซึงต้องหลุดหัวเราะออกมากับท่าทางแบบนั้น

"เราเด็กกว่าพี่อีก ทำไมถึงทำอย่างกับพี่เป็นเด็กอย่างนั้นล่ะ"

"ก็ผมเรียนใกล้จบแล้วนี่ครับ ฮิฮิ"

"ไม่เกี่ยวเลยนะโยซอบ นั่นเป็นเพราะเราเก่งเกินไปต่างหาก"พูดด้วยน้ำเสียงติดจะเง้างอน เมื่อคิดได้ว่าเจ้าตัวเล็กข้างกายเก่งขนาดไหน แต่ทว่าเสียงที่ตอบกลับมา คล้ายจะทำให้ใจของฮยอนซึงต้องกระตุก

"บางทีมันก็ไม่ได้ดีหรอกนะครับ"

"โยซอบ..."

"พี่ฮยอนซึง.. ผมขอกอดพี่หน่อยได้ไหมฮะ"

"ได้สิ"อ้าแขนกว้าง พร้อมส่งยิ้มไปให้ ซึ่งโยซอบก็ไม่รอช้าเดินเข้าสู่วงแขนกว้างทันที

"มีอะไรหนักใจใช่หรือเปล่าโยซอบ"ลูบเข้าที่ศีรษะเล็กอย่างปลอบประโลมเมื่อสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจของคนตัวเล็ก

 

"นิดหน่อยครับ"พูดพลางกระชับวงแขน

ฮยอนซึงจะรู้ไหมว่า การที่เขากอดโยซอบแบบนี้ มันทำให้โยซอบรู้สึกผ่อนคลายแค่ไหน..

 

 

 

 

 

 

 

 

"ท่านพี่! ท่านพี่ขอรับ!!"เสียงทุ้มที่ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าซเสียงที่วิ่งเข้าออกห้องนู้นห้องนี้เป็นว่าเล่น ทำให้ร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน และนั่นทำให้ดงอุนต้องตวัดดวงตาคมมองไปด้วยความไม่พอใจ

"เจ้าจักถอนหายใจเรื่องอะไร"

"ข้าเพียงแต่สงสารนายน้อยน่ะขอรับ เพราะไม่ว่าท่านจะรื้อทั้งบ้าน ท่านก็ไม่เจอนายน้อยโยซอบหรอกขอรับ"พูดเนิบนาบพลางหันไปมองท้องฟ้ากว้างนอกหน้าต่าง คล้ายกับไม่ต้องการเห็นใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นนาย

"พี่ข้าไปไหน!"ถามด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวเพราะท่าทางเช่นนั้นของกีกวัง ทำให้ดงอุนรู้สึกโมโห

"ไปพบนายน้อยฮยอนซึงขอรับ"

"อะไรนะ!!"

"ก็อย่างที่ข้าพูดไปนั่นอย่างไรเล่าขอรับ"

"ตั้งแต่เมื่อไหร่"

"หากเป็นของวันนี้ก็เมื่อครู่ขอรับ"

"ของวันนี้.. หมายความว่าท่านพี่ข้าไปพบลูกครึ่งมนุษย์คนนั้นหลายคราแล้วอย่างนั้นรึ"

"ขอรับ"เอ่ยเสียงเรียบพลางกดยิ้มละมุนไปให้ และเดินหายไปจากคลองสายตาของดงอุนทันที

"ท่านพี่.. เหตุใดท่านไม่คิดจะบอกข้าก่อน"พูดกับตัวเองก่อนหันไปทางที่ร่างเล็กของกีกวังเดินไปพลางเอ่ยดัง

"กีกวัง!!!"

"ข้าจักไปข้างนอกขอรับนายน้อย"มีเพียงแค่เสียงตอบกลับ พร้อมกับเสียงปิดประตู ทำให้ดงอุนรู้ว่า ในที่แห่งนี้เหลือเพียงตน

"โธ่เว้ย!!!"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ใบหน้าคมคายที่ทั่วทั้งใบหน้านั้นเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ คิ้วหนาขมวดมุ่นคล้ายกับกำลังเคร่งเครียดกับบางอย่าง มือใหญ่จิกลึกลงไปในผ้าห่มผืนโตที่คลุมกายอยู่ราวกับต้องการถ่ายทอดความเจ็บปวด ทำให้ร่างเล็กที่เดินเข้ามาต้องตกใจ

"ท่านพี่!"มือขาวจับเข้าที่แขนแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ

"ท่านพี่.. ท่านพี่จุนฮยอง.. ท่านพี่เป็นอะไรกัน"เสียงสั่นเครือหลุดลอดออกจากริมฝีปากสีสด ดวงตาเรียวเล็กฉายชัดถึงความเป็นห่วงเป็นใยร่างหนาซึ่งนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง

"ท่านพี่? เจ้าเรียกจุนฮยองว่าท่านพี่ เจ้าเป็นอะไรกับเขากันแน่ กีกวัง"เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้กีกวังต้องลอบผ่อนลมหายใจ

"มันมิใช่ธุระกงการอะไรของนายน้อยนี่ขอรับ...ข้ามองมิเห็นถึงความสำคัญใดในคำถามนั้น ข้าจึงเลือกที่จะไม่ตอบ"ตอบคำถามโดยไม่ได้หันกลับไปมองหน้าของผู้ถามแม้แต่น้อย

"เจ้าจะหยิ่งในศักดิ์ศรีที่มันไม่เหลือของเจ้าอีกทำไมกีกวัง"เอ่ยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม

"ข้าเกรงว่า.. ศักดิ์ศรีที่ข้ามีมันคงมิเคยหายไป"กดยิ้มมุมปากคล้ายท้าทายร่างสูงตรงหน้า

"เป็นอย่างนั้นหรือ.. ข้านึกว่าศักดิ์ศรีของเจ้า.. มันจะหายไปตั้งแต่วันที่เจ้ากลายเป็น'เมีย'ของข้าเสียอีก"

"ท่าน!!"นิ้วเล็กยกขึ้นชี้ที่ใบหน้าคมอย่างลืมตัว ดวงตาเรียวที่มักจะสงบนิ่งอยู่เสมอกลับเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว

โกรธ.. ที่ถูกย่ำยีทั้งการกระทำและคำพูด

แต่โกรธยิ่งกว่า.. เมื่อคนตรงหน้าพูดเรื่องอัปยศของตนขึ้นมา

"ฮึ คงจะมีเรื่องนี้กระมัง ที่ทำให้คนไร้ความรู้สึกเช่นเจ้า.. มีอารมณ์อื่นกับเขาบ้าง"

 

 

 

 

 

 

 

 


แม้ภายในห้องกว้างจะเต็มไปด้วยเสียงทุ่มเถียงกันของสองร่างที่มีความหลังแก่กัน หากแต่ร่างที่กำลังนอนซมอยู่บนที่นอนนุ่มนั้น กลับไม่ได้รับรู้ถึงเสียงใดที่กำลังดังอยู่แม้แต่น้อย

ภายใต้เปลือกตาที่ปิดสนิท และร่างกายที่นอนนิ่งอยู่กับที่นั้น คงต่างจากดวงจิตของยงจุนฮยอง ที่กำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของสถานที่ที่ไร้ซึ่งความคุ้นเคย

'ที่นี่คือที่ใด'เอ่ยแผ่วเบาคล้ายพูดกับตนเอง

'ที่นี่คือโลกแห่งความฝัน'เสียงเล็กที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น แต่กลับไร้ซึ่งต้นตอของเสียงและร่างของผู้พูด ราวกับที่แห่งนี้มีเพียงเขา

'โลกแห่งความฝัน..งั้นหรือ'

'ใช่ ที่แห่งนี้คือโลกแห่งความฝัน'

'แล้วข้ามีความจำเป็นอันใด ถึงต้องมาที่แห่งนี้'ถามออกไปด้วยความสงสัย

'ข้าเรียกเจ้ามาเอง'ร่างหนาที่ปรากฎกายท่ามกลางความมืดมิด ทำให้ร่างสูงตั้งท่าด้วยความระแวงทันที แต่ความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านขึ้นมา ทำให้ ต้องเปลี่ยนจากการตั้งท่าเตรียมต่อสู้ เป็นคำถามหนึ่งเท่านั้น

'เจ้าคือใคร'

'ข้าคือใคร.. ลองเดาดูสิ ยงจุนฮยอง'พูดเนิบนาบพลางสาวเท้าเข้าใกล้ ก่อนจะแตะนิ้วเรียวเข้าที่บาดแผลของร่างสูง เลือดที่ซึมอยู่บนผ้าพันแผลคล้ายกับถูกดูดกลับเข้าไปในร่างกาย แผลที่แต่เดิมสร้างความเจ็บปวดและอ่อนล้าให้แก่จุนฮยองเป็นอย่างมาก ค่อยๆสมานกันจนกลับเป็นเนื้อเดียวกัน เหมือนก่อนที่จุนฮยองจะได้แผลนี้มา

'เจ้าเป็นลูกชายคนโตของกาฮี มังกรศักดิ์สิทธิ์ตนก่อน'เสียงทุ้มที่เอื้อนเอ่ยเรื่องที่มีผู้รู้เพียงไม่กี่คนออกมา

'เจ้ามีน้องชายที่เจ้ารักมาก น้องชายที่เจ้าสามารถแลกทุกอย่างให้เขาได้เพื่อให้เขาอยู่รอด เจ้าทำได้กระทั่งการเอาชีวิตเข้าแลก'รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของคนตรงหน้า ในขณะที่ยงจุนฮยองนั้น หน้าซีดมากยิ่งกว่าตอนที่บาดแผลนั้นทำพิษ

'ท่านคือ....'ผู้รอบรู้งั้นหรือ.. เอ่ยต่อในใจ ด้วยรู้ดีว่า หากพูดออกไปแล้วผิดพลาดมันคงมิใช่เรื่องดี

'ใช่ เป็นอย่างที่เจ้าเติมท้ายในใจ'

'เหตุใดท่านจึงเรียกข้ามาพบขอรับ'

'มีเรื่องราวบางอย่างที่เจ้าจะต้องรับรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของเจ้า'

'หน้าที่ของข้า.. หรือขอรับ'เอ่ยถามอย่างงุนงง เพราะความไม่เข้าใจในเรื่องที่บุคคลสำคัญของดินแดนพูด
'ข้าไม่สามารถเอ่ยมันออกไปได้ ด้วยเพราะเวลานั้นยังมาไม่ถึง หากแต่ข้า.. สามารถแสดงให้เจ้าเห็นได้'นิ้วยาวแตะเข้าที่หน้าผากกว้าง พร้อมกับเอื้อนเอ่ย

'จงจดจำทุกสิ่งที่ข้าถ่ายทอดให้เจ้ารับรู้ และอย่าได้แพร่งพรายมันออกไปเด็ดขาด'แสงสีขาวที่ปลายนิ้วค่อยๆซึมหายเข้าไปในหน้าผากของจุนฮยองอย่างเชื่องช้า

ผู้รอบรู้ลดมือลง ก่อนที่มือทั้งสองข้างนั้นจะเรืองแสงและเข้าห้อมล้อมจุนฮยอง เสียงทุ้มก็เอื้อนเอ่ยบางสิ่งออกมา

'ถึงเวลาที่เจ้าต้องลืมตาตื่นแล้ว บุตรแห่งมังกรศักดิ์สิทธิ์เอย.. หน้าที่ของเจ้ายังไม่จบสิ้น เจ้ายังมิได้รับในสิ่งที่ควรได้ เจ้ายังมิได้ทำหน้าที่ที่แท้จริงของเจ้า อีกทั้ง... หัวใจของเจ้ายังไม่ได้รับการเติมเต็ม จงลืมตาตื่นและทำทุกสิ่งให้สำเร็จ ยงจุนฮยอง'เสียงทุ้มที่เอื้อนเอ่ย ทำให้ดวงตาคมของจุนฮยองดูเลื่อนลอย

'จงกลับไป.. ทำหน้าที่และทำตามใจของตน จงให้และรับอย่างที่ควรทำ ที่แห่งนั้นมีคนกำลังรอพบเจ้าอยู่'สิ้นเสียงนั้น จุนฮยองรู้สึกราวกับว่าร่างของเขานั้นถูกดึงด้วยแรงมหาศาล ก่อนจะได้ยินเสียงสั่นเครือของใครคนหนึ่ง..

"เมื่อไหร่นายจะตื่นสักที จุนฮยอง"เสียงหวานที่แสนสั่นเครือ และความอบอุ่นที่ได้รับจากทางฝ่ามือ ส่งผลให้จุนฮยองพยายามฝืนความหนักอึ้งที่เปลือกตา และพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก

"จุนฮยอง!!"เสียงร้องอย่างตกใจของเจ้าของบ้านดังขึ้นเมื่อร่างสูงที่สลบไปเป็นเวลานานนั้นเริ่มรู้สึกตัว และเสียงนั้นทำให้ร่างเล็กที่อยู่ในห้องครัวต้องวิ่งมาทันที

"พี่ฮยอนซึง! มีอะไรหรือครับ"

"โยซอบ! เมื่อกี้.. เมื่อกี้เหมือนจุนฮยองจะรู้สึกตัวแล้วล่ะ"เอ่ยเสียงดังเพราะความดีใจ และไม่ทันสังเกตุแววตาที่แสดงออกถึงความประหลาดใจของโยซอบ
 

ทั้งๆที่น่าจะสลบไปนานกว่านี้.. ทำไมถึง.. หรือว่า....

"พี่ฮยอนซึงครับ ผมขอดูพี่จุนฮยองหน่อยนะ พี่ฮยอนซึงไปอาบน้ำก่อนเถอะ"ยิ้มละไมให้กับฮยอนซึงเพื่อสร้างความสบายใจให้กับผู้เป็นพี่

"ถ้าพี่อยู่ก็รังแต่จะเกะกะสินะ งั้นพี่ไปอาบน้ำก่อน ฝากด้วยล่ะโยซอบ"

เมื่อลับร่างของฮยอนซึง โยซอบจึงเคลื่อนกายมาหยุดอยู่ข้างเตียง

"ทนเจ็บสักครู่ยงจุนฮยอง ข้ามีเรื่องที่ต้องแน่ใจ"เอ่ยกับร่างที่นอนจมอยู่บนที่นอนนุ่ม พลางวางมือเล็กลงบนหน้าผากของจุนฮยองอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้าออกมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เรียกระดมพลเรียบร้อยหรือยัง มินโฮ"เสียงทุ้มเรียบนิ่งดังขึ้นในทันทีที่มีผู้มาเยือนในห้องที่ไร้ซึ่วแสงไฟ

"เรียบร้อยแล้วขอรับ ท่านดูจุน"

"เท่าไหร่"

"ยี่สิบตนตามที่ท่านต้องการขอรับ"

"แจกแจงรายละเอียดมา"ลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวใหญ่ที่นั่งอยู่ ก่อนจะเดินผ่านร่างสูงที่ยืนอย่างสงบเสงี่ยมและเอ่ยรายงานอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้มินโฮต้องรีบเดินตามทันที

"ไฟห้า ลมห้า ความมืดสาม เผ่าเราอีกเจ็ดขอรับ"

"ข้าสั่งให้เจ้าเรียกกำลังพลของข้าจากเผ่าแสงสว่างมาด้วยมิใช่หรือ"ตวัดตามองคนที่เดินตามหลังมาอย่างโกรธเกรี้ยว

"ขออภัยขอรับ พวกมันปฏิเสธ"

"ช่างเถอะ ไปเรียกกองกำลังขนาดย่อยของข้ามาซะ"

"ขอรับ"ตกปากรับคำ ก่อนที่มินโฮจะรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
 

ท่านจะรับการโจมตีครานี้ไหวหรือไม่ขอรับนายน้อย

 

 

 

 

 

 

 

 


ดวงตากลมโตเบิกโพลงท่ามกลางความมืด เมื่อได้ยินเสียงกระซิบจากผู้ช่วยของตน

"เจ้าลองพูดใหม่ซิชูกะ"ผุดลุกขึ้นมานั่งบนที่นอนขนาดใหญ่

"ท่านดูจุนกำลังพากำลังพลขนาดย่อมเดินทางมาทางด้านตะวันตกเจ้าค่ะนายน้อย คาดว่าเป้าหมายจะเป็นท่านผู้นั้นเจ้าค่ะ"

"เอรินะ!"เอ่ยเรียกคนสนิทของตัวเองด้วยน้ำเสียงร้อนลนเพราะความห่วงใยผู้เป็นพี่

"เจ้าคะ นายน้อย"

"ไปปลุกดงอุนและกีกวังให้ข้าที บอกพวกเขาด้วยว่าเตรียมตัวให้พร้อม เราจะเดินทางไปบ้านท่านพี่ และรับมือกองกำลังขนาดย่อมของยุนดูจุน"

"รับทราบเจ้าค่ะ"

"ส่วนเจ้าชูกะ กลับไปทำหน้าที่ของเจ้า และหากมีอะไรผิดปกติ รีบมารายงานข้าให้เร็วที่สุด"

"เจ้าค่ะนายน้อย!"รับคำก่อนจะกลายเป็นสายลมล่องลอยกลับไปในอากาศ

โยซอบจึงลุกขึ้นจากที่นอนและแต่งตัวใหม่ ก่อนที่ดวงตากลมจะเหลือบไปเห็นรูปภาพของตนกับผู้เป็นมารดาที่ตั้งอยู่

"เล่นกันขนาดนี้เชียวหรือ.. มาดูกันท่านแม่ หมากของท่านกับข้า ใครมันจะเดินได้เหนือชั้นกว่ากัน!"

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
------------------------draco’s story---------------------------
 
 
 
 
 
 
TALK WITH khanun-kino

รีดเดอร์ที่รัก เนื่องจากบีเอพีคัมแบ็คสเตจ(ไม่เกี่ยว)
ไรเตอร์ผู้แสนจะขี้เกียจคนนี้ จึงได้ฤกษ์ขนเดรโก้สตอรี่ตอนที่ 8 มาฝากทุกท่าน
มันก็เหมือนๆเดิมแหละ ไรเตอร์ขี้เกียจเลยลงช้า
กลัวแต่งไม่ทัน กลัวลงแล้วไม่มีคนอ่าน กลัวลงแล้วคนอ่านไม่ชอบ
เหตุผลเหล่านี้รวมกัน เป็นเหตุผลที่ไรเตอร์ไม่มีกำลังใจจะแต่งต่อและเอามันมาลง -_-
ไรเตอร์งี่เง่ามากอ่ะ ว่ามั้ย? 555555
 
แต่มีข่าวดีจะบอก...
ไรเตอร์แต่งครึ่งแรกจบแล้ว ครึ่งแรกของเดรโก้สตอรี่คือ
ภาคของโลกมนุษย์ค่ะ
หมายความว่าครึ่งหลัง เราจะไปผจญภัยกันที่โลกของมังกร(DRACO'S LAND)กันน้า >O<!!
แล้วมันก็เป็นอะไรที่ยากมากอ่ะ มันต้องใช้จินตนาการสูงมากในการเขียนถึงสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง
ขอร้องล่ะรีดเดอร์ที่รัก ส่งกำลังใจมาให้เค้าหน่อย ><!!
 
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ รักรีดเดอร์ <3